X
ค้นหาตามเงื่อนไข
ค้นหาผลิตภัณฑ์
ข่าวสารและกิจกรรม
Residential Product
AIR CREATOR
Room Air
Super Multi S
Air Purifier
Commercial Product
Sky Air
VRV
PACKAGED AIR
APPLIED PRODUCT
REFRIGERATION
Daikin Discover
FUHA
Daikin Discovery Hall
บทความที่น่าสนใจ
Lab for Air Problems
BTU CALCULATOR
PRODUCT COMPARE
ERROR CODE
FUHA
คู่มือผลิตภัณฑ์
ค้นหาตัวแทนจำหน่าย
ธุรกิจงานบริการ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการให้บริการ
นโยบายการรับประกัน
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสารและกิจกรรม
1-1 การเปิดหน้าต่างเมื่อกลับมาถึงบ้านจะช่วยระบายความร้อนออกจากห้องได้ดีขึ้น
การเปิดงานใช้เครื่องปรับอากาศหลังจากกลับมาถึงที่พักอาศัยและเจอกับห้องที่มีอุณหภูมิสูงกว่าภายนอก ควรเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศนำอากาศร้อนที่มากเกินไปออกไปด้านนอกก่อน จะช่วยให้แอร์ทำงานได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยลงเพื่อเร่งการระบายความร้อน ควรเปิดหน้าต่างสองบานเพื่อเปิดทางให้อากาศไหลเวียน และการเปิดหน้าต่างสองบานที่อยู่ตรงข้ามกันในแนวทแยงจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้มากขึ้น

1-2 การใช้พัดลมร่วมกับแอร์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความเย็นและให้แอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เมื่ออากาศร้อนและลมจากเครื่องปรับอากาศไม่สามารถพัดมาในตำแหน่งที่ต้องการได้ ลองใช้พัดลมเพื่อระบายอากาศแทนการลดอุณหภูมิ ซึ่งจะทำให้แอร์ส่งลมเย็นภายในห้องได้กว้างขึ้น โดยการหันพัดลมไปในทิศทางเดียวกับแอร์จะทำให้ส่งลมเย็นไปยังพื้นที่ที่ผู้ใช้ต้องการได้ทั่วถึงมากขึ้น

1-3 การสร้างการไหลเวียนของอากาศเพื่อลดอุณหภูมิ
วิธีที่ปรับแอร์ให้เย็นขึ้น แม้ภายในห้องจะอุณหภูมิเท่าเดิม การเปิดพัดลมก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น ก่อนที่จะปรับแอร์ให้อุณหภูมิต่ำลง ลองใช้การเปิดพัดลมเพื่อให้อากาศภายในห้องมีการหมุนเวียน ซึ่งจะทำให้รู้สึกเย็นขึ้นและช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย สำหรับผู้ใช้ที่รู้สึกหนาวหรือไม่ชอบให้ลมมากระทบตัว แนะนำให้เปลี่ยนทิศทางลมของพัดลมไปทางผนังหรือเพดาน แล้วให้ลมกระจายทั่วห้อง ซึ่งจะทำให้ทุกคนรู้สึกสบายมากขึ้น


1-4 การทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุกสองสัปดาห์
เครื่องปรับอากาศมีหลักการทำงานโดยการดูดอากาศร้อน ทำความเย็นและเป่าลมเย็นกลับเข้าสู่ห้อง หากแผ่นกรองอากาศอุดตันจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงและเครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ควรทำความสะอาดแผ่นกรองทุก 2 สัปดาห์ โดยล้างด้วยน้ำหรือดูดฝุ่น สำหรับแผ่นกรองที่สกปรกมากควรล้างด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาทำความสะอาดที่เป็นกรดกลางและตากในที่ร่ม นอกจากนี้ควรตรวจสอบและทำความสะอาดแผงระบายความร้อนก่อนฤดูร้อน หากสกปรกมากควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญต่อไป

2-1 การตั้งค่าการไหลเวียนของอากาศเป็นโหมด AUTO เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน
ผู้ใช้หลายท่านมักจะกังวลเรื่องค่าไฟเลยเลือกที่จะเปิดโหมดพัดลมเบาที่สุดเพื่อประหยัดพลังงาน แต่หากใช้แรงลมเบาในการเปิดเครื่องปรับอากาศ ห้องจะใช้เวลานานขึ้นในการทำความเย็น ซึ่งจะทำให้ต้องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ในทางกลับกัน การตั้งค่าแรงลมเป็นอัตโนมัติ วิธีนี้จะช่วยให้แอร์ทำงานโดยเน้นไปที่การทำให้ห้องเย็นลงอย่างมีประสิทธิภาพและสบายที่สุดก่อนด้วยแรงลมสูงสุด หลังจากนั้นจะลดความเร็วพัดลมเป็นแรงลมเบา

2-2 การเพิ่มการไหลเวียนของอากาศก่อนลดอุณหภูมิ [การตั้งค่าการไหลเวียนอากาศ]
เมื่อรู้สึกร้อน ก่อนจะลดอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ ลองใช้โหมดพัดลมให้เป่ามาทางที่ต้องการ วิธีนี้จะช่วยให้รู้สึกเย็นขึ้นแม้ว่าอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศจะเท่าเดิม หรือการเปิดพัดลมก็สามารถช่วยได้เช่นกัน โดยการเปิดพัดลมเบาๆ จะช่วยให้รู้สึกเย็นขึ้น เครื่องปรับอากาศใช้พลังงานส่วนใหญ่ในการลดอุณหภูมิของอากาศ แม้ว่าการเพิ่มแรงลมจะทำให้ใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ปริมาณพลังงานที่ใช้ยังคงน้อยกว่าการลดอุณหภูมิของแอร์อย่างมาก

2-3 อย่าเปิดและปิดเครื่องเพื่อปรับอุณหภูมิห้อง (การทำงานแบบต่อเนื่อง)
เครื่องปรับอากาศมักใช้พลังงานมากเมื่อเกิดการทำความเย็นในห้องอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อห้องเย็นถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้แล้ว การรักษาอุณหภูมิจะใช้พลังงานน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับการทำความเย็นในช่วงเริ่มต้นเพื่อประหยัดพลังงาน ผู้ใช้จึงควรหลีกเลี่ยงการเปิดและปิดเครื่องปรับอากาศบ่อยๆ เช่น "ปิดแอร์เมื่อห้องเย็นแล้ว แล้วเปิดใหม่เมื่อห้องเริ่มร้อนขึ้น" หรือ "ปิดแอร์เมื่อออกจากห้องไปเพียงเวลาสั้นๆ" เพราะจะทำให้ต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการทำความเย็นห้องบ่อยๆ แต่ควรให้เครื่องปรับอากาศทำงานตามฟังก์ชันควบคุมอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ

2-4 การปรับอุณหภูมิให้ทั่วถึงทั้งห้องจะช่วยให้ห้องเย็นสบายอย่างมีประสิทธิภาพ [การควบคุมทิศทางลม / การถ่ายเทความร้อน]
การทำงานของเครื่องปรับอากาศจะนำความร้อนออกจากห้องและเป่าลมเย็นเข้ามา ซึ่งลมเย็นมักจะตกลงที่พื้นห้องเมื่อมีความแตกต่างของอุณหภูมิภายในห้อง เช่น ด้านบนของห้องร้อนและด้านล่างเย็น เครื่องปรับอากาศอาจเข้าใจผิดว่าอุณหภูมิห้องยังไม่ถึงระดับที่ตั้งไว้ และจะใช้พลังงานมากเกินไปในการทำความเย็นห้องเพื่อป้องกันการเกิดอุณหภูมิที่ไม่สม่ำเสมอ ควรปรับทิศทางการไหลของลมให้พัดลมเป่าลมขึ้นหรือลมไปในแนวนอน เพื่อให้ลมเย็นหมุนเวียนจากบนลงล่าง การใช้พัดลมร่วมกับแอร์ก็ช่วยในการหมุนเวียนอากาศในห้องได้ดี และหากมีการใช้เครื่องฟอกอากาศในขณะที่มีการหมุนเวียนของอากาศ ก็จะยิ่งทำให้ห้องเย็นสบายอย่างมีประสิทธิภาพได้มากกว่าเดิมอีกด้วย

3-1 การตรวจสอบให้แน่ใจว่าช่องระบายอากาศของเครื่องภายนอกไม่มีสิ่งกีดขวาง [ช่องระบายอากาศของเครื่องภายนอก]
เมื่อเครื่องปรับอากาศทำงาน ช่องระบายอากาศของเครื่องภายนอกหรือที่เรียกอีกชื่อนึงว่าคอยล์ร้อนจะนำความร้อนออกมาเพื่อลดอุณหภูมิภายในห้อง ดังนั้นควรระวังไม่ให้มีสิ่งขีดขวางไปขวางทางออกของอากาศหรือปิดทับ แม้ว่าเราจะเห็นความร้อนที่ออกมาจากเครื่องได้ง่ายๆ แต่บางครั้งการตรวจสอบว่าไม่มีสิ่งขีดขวางทางออกอากาศก็เป็นสิ่งที่สังเกตได้ยาก การตรวจสอบให้แน่ใจว่าช่องลมระบายอากาศไม่ถูกกีดขวางเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากลมร้อนที่ถูกปล่อยออกมากลับไหลย้อนเข้าสู่ตัวเครื่อง จะทำให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นลดลงอย่างมาก ดังนั้น ควรมีการเว้นระยะห่างพื้นที่ให้เพียงพอเพื่อให้คอยล์ร้อนสามารถระบายอากาศได้สะดวก การใช้ฝาครอบที่ขายทั่วไปอาจทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ดีและทำให้มีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ควรถอดฝาครอบออกเมื่อใช้งานแอร์

3-2 การติดตั้งเครื่องภายนอกในที่ร่มหรือใต้หลังคาเพื่อป้องกันแสงแดดโดยตรง [หลังคากันแดดสำหรับเครื่องภายนอก]
คอยล์ร้อนของแอร์มีการใช้พลังงานมากในการปล่อยความร้อนออกจากห้อง เมื่อคอยล์ร้อนถูกแสงแดดโดยตรงหรือได้รับแสงสะท้อนจากพื้นดินในช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิรอบๆ เครื่องจะสูงขึ้นทำให้เครื่องระบายความร้อนได้ไม่ดีและต้องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น
ถึงแม้ว่าคอยล์ร้อนจะถูกออกแบบให้ติดตั้งในที่ที่โดนแสงแดดโดยตรง แต่การประหยัดพลังงานสามารถทำได้โดยการติดตั้งในที่ร่มหรือการติดตั้งมุ้งบังแดดประมาณหนึ่งเมตรห่างจากคอยล์ร้อน
อย่างไรก็ตาม ก็ควรระวังไม่ให้คอยล์ร้อนถูกล้อมรอบด้วยแผ่นไม้หรือขวางทางออกของอากาศเมื่อใช้มุ้งบังแดดใกล้เครื่อง

4-1 การป้องกันห้องจากความร้อนของแสงแดด [การป้องกันความร้อนจากแสงแดด: ภายในอาคาร]
การทำให้ห้องเย็นอย่างมีประสิทธิภาพอีกหนึ่งวิธีคือการป้องกันไม่ให้อุณหภูมิภายในห้องสูงขึ้นโดยการป้องกันความร้อนจากแสงแดด ผ้าม่านและมู่ลี่สามารถป้องกันแสงแดดและความร้อนที่ผ่านกระจกหน้าต่างได้ การติดฟิล์มกรองแสงบนกระจกก็เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน เมื่อเลือกผ้าม่านหรือมู่ลี่ ควรเลือกสีขาว เพราะสีขาวสามารถสะท้อนแสงและรังสีอินฟราเรดได้ดี ในขณะที่สีเข้ม เช่น สีดำ จะดูดซับความร้อนจากแดดทำให้ห้องร้อนขึ้น
4-2 การป้องกันห้องจากความร้อนของแสงแดด [การป้องกันความร้อนจากแสงแดด: ภายนอกอาคาร]
การป้องกันการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะความร้อนที่เกิดจากแสงแดดที่จะเข้ามาภายในห้องที่จะต้องป้องกันเป็นพิเศษ อีกท้ังการป้องกันความร้อนจากภายนอกจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการป้องกันภายใน การสร้างม่านธรรมชาติ (Green Curtain) สามารถทำได้โดยใช้ไม้เลื้อย เช่น ต้นผักบุ้ง ใยบวบ และมะระ หรือใช้มู่ลี่ไม้ไผ่เพื่อช่วยบังแสงแดดจากภายนอกหน้าต่าง นอกจากนั้นใช้พืชเหล่านี้จะช่วยบังแสงแดดแล้ว พืชยังช่วยทำให้ห้องเย็นลงโดยการดูดซับความร้อนจากการระเหยของน้ำที่ออกมาจากใบ เมื่อมีลมพัดผ่านใบไม้ก็จะช่วยรักษาอุณหภูมิในห้องไม่ให้สูงขึ้น และพืชยังช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับห้องอีกด้วยค่ะ

4-3 วิธีการรักษาความเย็นให้อยู่ได้นานขึ้น [ไอเดียในการรักษาความเย็น]
การรดน้ำสวนในช่วงเช้าและช่วงเย็นเมื่อไม่ค่อยมีแสงแดด โดยเฉพาะช่วงเย็นตอนพระอาทิตย์ตก จะช่วยให้รู้สึกเย็นขึ้น เพราะน้ำที่ระเหยจะช่วยดูดซับความร้อนจากพื้น ส่วนในวันที่มีลม ควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศไหลผ่าน โดยการเปิดให้ลมพัดเข้ามา จะช่วยไม่ให้ลมวนเวียนอยู่ภายในห้องและทำให้ห้องรู้สึกเย็นขึ้น นอกจากนี้ การแขวนผ้าชุบน้ำที่หน้าต่างที่มีลมพัดผ่านจะช่วยให้ผ้าดูดซับความร้อนจากการระเหย และทำให้ลมที่พัดเข้ามาสบายและเย็นขึ้น วิธีนี้ได้ผลดีโดยเฉพาะในวันที่มีแดดมาก
