สมาธิหลุดบ่อยหรือเปล่า? อาจเป็นเพราะอากาศก็ได้นะ! 

ความมหัศจรรย์ของอากาศที่มากกว่าแค่อุณหภูมิและความชื้น 

 

 

เคยไหม ที่นั่งประชุมแล้วรู้สึกง่วง หรือเรียนอยู่ในห้องแล้วสมาธิกระเจิดกระเจิง? จริงๆ แล้ว "อากาศ" รอบตัวเราอาจเป็นตัวการก็ได้  เราหายใจเอาออกซิเจนเข้าไป และหายใจออกปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา เวลาที่มีคนอยู่ในห้องเยอะ ๆ ก็จะมีคาร์บอนไดออกไซด์สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งส่งผลให้สมาธิของเราแย่ลงได้ 

แต่รู้ไหมคะว่า ถ้าเราควบคุมองค์ประกอบของอากาศให้ดี มันสามารถช่วยให้เรามีสมาธิดีขึ้น ผ่อนคลายได้มากขึ้น ออกกำลังกายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดความเหนื่อยล้าได้ด้วย 

 มาดูกันว่าอากาศมี "พลัง" อะไรซ่อนอยู่บ้าง 

 

 

อากาศส่งผลต่อเรายังไงบ้าง? 

อากาศเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็นและไม่มีน้ำหนัก เราเลยมักลืมไปว่ามันมีอิทธิพลต่อชีวิตเรามากแค่ไหน อย่างเวลาที่อากาศแห้งเพราะความชื้นในอากาศน้อย หรือเมื่อความชื้นสูงเราจะรู้สึกร้อนขึ้น 

คุณเคยนั่งประชุมในห้องแคบ ๆ กับคนเยอะ ๆ แล้วรู้สึกเพลียและสมาธิกระเจิง, อาการปวดหัวตอนความกดอากาศต่ำ หรือสังเกตเห็นว่าผักผลไม้เปลี่ยนสีหลังหั่นทิ้งไว้ ทั้งหมดนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบในอากาศทั้งสิ้น! 

 

มาดู 3 ตัวอย่างที่น่าสนใจของการควบคุมอากาศกัน: 

1.การเพิ่มสมาธิด้วยการควบคุมคาร์บอนไดออกไซด์ อุณหภูมิ และกลิ่นหอม 

รู้มั้ยว่าแค่ลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในห้อง ก็ช่วยให้มีสมาธิดีขึ้นได้แล้ว โดยเฉพาะในห้องเรียนของเด็ก ๆ การระบายอากาศบ่อย ๆ จะช่วยให้เด็ก ๆ เรียนรู้ได้ดีขึ้น แถมการเปลี่ยนอุณหภูมิแบบฉับพลันนิดหน่อยและมีกลิ่นหอมผ่อนคลาย ก็ช่วยกระตุ้นสมองได้ด้วยเช่นเดียวกัน 

 

2.การเพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังกายด้วยการควบคุมออกซิเจน 

การที่นักกีฬาขึ้นไปซ้อมบนที่สูง ทุกคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่า การออกกำลังกายในที่สูงทำให้ประสิทธิภาพในการออกกำลังกายนั้นดีขึ้นเพราะที่สูงออกซิเจนจะน้อยกว่าปกติ ทำให้ร่างกายต้องปรับตัวมากขึ้น จึงช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และทำให้เราสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีขึ้นนั่นเอง ไดกิ้นเลยพัฒนา Hypoxic Training Room เป็นห้องออกกำลังกายแบบออกซิเจนต่ำ ให้คนทำงานได้ออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพในเวลาพักหรือหลังเลิกงานได้เลย 

 

 

3.การขนส่งผักผลไม้ระยะไกลด้วยการควบคุมอากาศในตู้คอนเทนเนอร์ 

รู้ไหมว่าผักผลไม้ก็ "หายใจ" เหมือนคนเรา? เราต้องควบคุมอากาศที่ผักผลไม้หายใจหรือที่เรียกว่าการแลกเปลี่ยนก๊าซ โดยการลดอุณหภูมิในบรรจุภัณฑ์แล้วดึงออกซิเจนออกไป เพื่อเติมไนโตรเจนเข้าไปแทน ซึ่งจะช่วยให้ผักและผลไม้สดนานขึ้น อย่างการควบคุมอากาศในตู้ขนส่งช่วยให้อโวคาโดจากเม็กซิโกยังสดใหม่เมื่อมาถึงญี่ปุ่นหลังการเดินทาง 2-3 สัปดาห์ เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงทำให้เรากินผักผลไม้อร่อย ๆ และคงความสดใหม่จากทั่วโลกได้ แต่ยังช่วยลดปัญหาขยะจากอาหารหรือ food waste อีกด้วย! 

ในปี 2020 ญี่ปุ่นมีขยะอาหารถึง 5.22 ล้านตัน โดย 2.75 ล้านตันเกิดจากการเน่าเสียระหว่างการเก็บเกี่ยว ขนส่ง และเก็บรักษา การควบคุมอากาศจึงเป็นวิธีสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ *แหล่งข้อมูล:สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค การเผยแพร่ข้อมูลปริมาณการสูญเสียอาหาร (ประมาณการสำหรับปีงบประมาณ 2020)" (ประกาศเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2022)  

 

 

ไดกิ้นท้าทายขีดจำกัด สร้างมิติใหม่ให้อากาศ! 

นอกเหนือจากตัวอย่างที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ไดกิ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปรับอากาศ กำลังมุ่งมั่นค้นคว้า "ศักยภาพใหม่ของอากาศ" ผ่านการวิจัยและทดลองใช้งานจริงในหลากหลายรูปแบบ พวกเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นแบบเดิม ๆ แต่กำลังก้าวไปไกลกว่านั้น ด้วยการควบคุมองค์ประกอบต่าง ๆ ของอากาศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น 

ที่ศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรม  Technology and Innovation Center,TIC ซึ่งเป็นฐานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์หลักของไดกิ้น นักวิจัยและนักพัฒนาเทคโนโลยีกำลังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและบริษัทต่าง ๆ เพื่อนำ "ศักยภาพใหม่ของอากาศ" มาสร้างคุณค่าที่จับต้องได้ให้กับสังคมและชีวิตประจำวันของทุกคน 

แล้วในอนาคต อากาศจะช่วยแก้ปัญหาสังคมอะไรได้บ้าง? และจะเพิ่มความสุขให้กับเราได้มากแค่ไหน?  

ไดกิ้นเชื่อมั่นในศักยภาพของอากาศ และจะไม่หยุดท้าทายตัวเองในการสร้างสรรค์นวัตกรรมระบบปรับอากาศแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อส่งมอบให้กับทุกคนทั่วโลก 

 

ที่มา : https://www.daikin.com/air/daikin_brand/today/article1  

โดย: Daikin Industries, Ltd.  
Publishing Company: TOYO KEIZAI BRAND STUDIO