X
ค้นหาตามเงื่อนไข
ค้นหาผลิตภัณฑ์
ข่าวสารและกิจกรรม
Residential Product
AIR CREATOR
Room Air
Super Multi S
Air Purifier
Commercial Product
Sky Air
VRV
PACKAGED AIR
APPLIED PRODUCT
REFRIGERATION
ซื้อ AIR CREATOR
Daikin Discover
FUHA
Daikin Discovery Hall
บทความที่น่าสนใจ
Lab for Air Problems
Importance of Indoor Air
BTU CALCULATOR
PRODUCT COMPARE
ERROR CODE
FUHA
คู่มือผลิตภัณฑ์
ค้นหาตัวแทนจำหน่าย
ธุรกิจงานบริการ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการให้บริการ
นโยบายการรับประกัน
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสารและกิจกรรม
สยามไดกิ้นเซลส์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผนึกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อน Net Zero Campus
ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ วิจัย และนวัตกรรมด้านพลังงาน
บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในบทบาท Strategic Partner ร่วมขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็น Net Zero Campus ครอบคลุมความร่วมมือด้านการบริหารจัดการพลังงานในอาคาร การพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคาร และการจัดการสารทำความเย็นอย่างเป็นระบบ พร้อมวางกลไกติดตามและคำนวณปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้ผลการดำเนินงานเชื่อมต่อกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
ภาคอาคารเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะ ‘ระบบปรับอากาศ’ และ ‘ระบบระบายอากาศ’ ซึ่งทำงานตลอดเวลาระหว่างที่มีการใช้งานอาคาร การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเหล่านี้จึงเป็นกลไกที่ให้ผลชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งเป็นการยกระดับสภาพแวดล้อมในการเรียน การสอน การวิจัย และการปฏิบัติงานของผู้ใช้อาคารที่มีจำนวนมากในแต่ละวัน
คุณวรพงศ์ กียปัจจ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “มหาวิทยาลัย เป็นสถานที่เริ่มต้นที่มีความหมายในการขับเคลื่อนระบบปรับอากาศ เพราะเป็นทั้งแหล่งสร้างองค์ความรู้ แหล่งผลิตบุคลากร และเป็นพื้นที่พิสูจน์แนวทางใหม่ให้เห็นผลได้จริงก่อนขยายไปสู่สังคมในวงกว้าง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการนำองค์ความรู้จากภาคการศึกษามาทำงานร่วมกับประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรม เพื่อเปลี่ยนแนวคิดการบริหารจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนในระดับปฏิบัติ”
ภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันศึกษาและพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่
นอกจากการนำเทคโนโลยีปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพมาใช้ ความร่วมมือครั้งนี้ยังให้น้ำหนักกับการสร้างระบบข้อมูลและการติดตามผลที่ชัดเจน เพื่อให้การขับเคลื่อนสู่ Carbon Neutrality ได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือ วัดผลและตรวจสอบได้ พร้อมนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้จริง โดยทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าให้เกิดการดำเนินงานที่มีตัวชี้วัดเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการประหยัดพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการยกระดับคุณภาพอากาศภายในอาคาร เพื่อให้ผลลัพธ์ถูกพัฒนาเป็นแนวทางที่ขยายผลไปยังอาคารและหน่วยงานอื่นได้ต่อไป
ด้าน ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า “ความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการเชื่อมองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเข้ากับเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้มุ่งสู่การนำแผนงานไปสู่การปฏิบัติ การพัฒนาโครงการที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม และการขยายผลไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นทั้งภายในมหาวิทยาลัยและในระดับสังคม”
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและกำลังคนแห่งอนาคต โดยนักศึกษา คณาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรของมหาวิทยาลัย จะได้เรียนรู้จากระบบที่ใช้งานจริงในพื้นที่ เรียนรู้กระบวนการบริหารจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมจากสถานการณ์จริง รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับทักษะและขีดความสามารถในการรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
สยามไดกิ้นเซลส์ พร้อมสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนางานวิจัย และการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านระบบปรับอากาศ พลังงาน คุณภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้อาคารภายในมหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นมากกว่าพื้นที่ใช้งาน แต่เป็นพื้นที่สร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาประเทศในระยะยาว
“การผสานจุดแข็งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้านวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรม เข้ากับความเชี่ยวชาญของไดกิ้นด้านเทคโนโลยีระบบปรับอากาศ การบริหารจัดการพลังงาน และการจัดการสารทำความเย็น จะทำให้จุดเริ่มต้นในวันนี้เดินหน้าได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน จากระดับอาคาร สู่ระดับมหาวิทยาลัย และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างยั่งยืน” คุณวรพงศ์ กียปัจจ์ กล่าวสรุป