X
ค้นหาตามเงื่อนไข
ค้นหาผลิตภัณฑ์
ข่าวสารและกิจกรรม
Residential Product
AIR CREATOR
Room Air
Super Multi S
Air Purifier
Commercial Product
Sky Air
VRV
PACKAGED AIR
APPLIED PRODUCT
REFRIGERATION
Daikin Discover
FUHA
Daikin Discovery Hall
บทความที่น่าสนใจ
Lab for Air Problems
BTU CALCULATOR
PRODUCT COMPARE
ERROR CODE
FUHA
คู่มือผลิตภัณฑ์
ค้นหาตัวแทนจำหน่าย
ธุรกิจงานบริการ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการให้บริการ
นโยบายการรับประกัน
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสารและกิจกรรม
ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยหน่วยงานจัดการอัคคีภัยและภัยพิบัติของกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร ตั้งแต่วันที่ 1-17 สิงหาคม ปี 2017 เป็นช่วงฤดูร้อน มีผู้ป่วยโรคลมแดดจำนวน 14,444 คน และได้ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาล ในวันที่ 10-12 สิงหาคม แม้ว่าอุณหภูมิสูงสุดจะลดต่ำลงกว่า 30℃ แต่ก็ยังมีผู้ป่วยถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล จำนวน 2,248 คน
ในช่วงฤดูร้อน ปี 2017 ญี่ปุ่นประสบปัญหาฝนตกหนักโดยเฉพาะใจกลางกรุงโตเกียว มีฝนตกติดต่อกันนานถึง 17 วันตั้งแต่วันที่ 1-17 สิงหาคม ทำสถิติฝนตกยาวนานที่สุดเป็นอันดับ 2 ในเดือนสิงหาคมนับตั้งแต่ปี 1977
ตั้งแต่ วันที่ 1-17 สิงหาคม เมื่อเทียบกับปี 2016 มีเพียงวันเดียวที่อุณหภูมิต่ำกว่า 30℃ และ อุณหภูมิสูงสุดเกิน 35℃ เกือบทุกวัน และ เกิดมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ โดยอุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 30℃ เป็นเวลา 10 วัน ในปี 2017 ถือเป็นฤดูกาลที่อากาศสบาย ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีความชื้นเฉลี่ยอยู่ที่ 85% ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 89 ปี
ดังนั้นเราจะมาพูดถึงสาเหตุของโรคลมแดดรวมไปถึงมาตรการรับมือกับโรคนี้ด้วย
เป็นที่เข้าใจผิดว่าโรคลมแดดมักเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมในช่วงฤดูร้อน ความจริงมักเกิดในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นหน้าฝน หรือช่วงเดือนกรกฎาคมที่สิ้นสุดฤดูฝน เนื่องจากร่างกายยังไม่ชินกับความร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน “ดัชนีความร้อน (WBGT)” ที่จัดทำโดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมใช้ค่าตัวเลขเพื่อกำหนดความเสี่ยงของการเกิดลมแดดด้วยดัชนีที่ประกอบด้วย “อุณหภูมิ” “ความชื้น” และ “รังสีความร้อน”
อัตรา ณ เวลาคำนวณสำหรับการใช้งานร่างกายกลางแจ้งคือ ความชื้น 70% , รังสีความร้อน20% อุณหภูมิที่ร่างกายใช้ในที่ร่มคือ ความชื้น 70% รังสีความร้อน30% เนื่องจากความชื้นคิดเป็น 70% ของดัชนีความร้อนทั้งในร่มและกลางแจ้ง ยิ่งความชื้นสูง คุณก็ยิ่งต้องระวังเรื่องลมแดดมากขึ้นเท่านั้น
ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและความชื้น - กรณีตัวอย่างของโรคลมแดดตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน 2015 *ยิ่งสีแดงเข้มเท่าใหร่ จำนวนการช่วยเหลือฉุกเฉินก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
Source: Tokyo Fire Department * Partially modified
“ดัชนีความร้อน WBGT” สำหรับการประเมินความเสี่ยงโรคลมแดด WBGT กลางแจ้ง = 0.7 x อุณหภูมิกระเปาะเปียก + 0.2 x อุณหภูมิกระเปาะดำ + 0.1 x อุณหภูมิกระเปาะแห้ง WBGT ในที่ร่ม= 0.7 x อุณหภูมิกระเปาะเปียก + 0.3 x อุณหภูมิกระเปาะดำ
Source: "Heatstroke Environmental Health Manual 2018" Ministry of the Environment
ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ และในปี 2560 มีผู้ป่วยจำนวน 52,984 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยรถฉุกเฉินเนื่องจากเป็นลมแดด ซึ่งมีจำนวนครึ่งหนึ่งที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เมื่อเราอายุมากขึ้นเซ็นเซอร์อุณหภูมิของร่างกายจะไวต่อความร้อนน้อยลง ไม่สามารถสร้างความเย็นหรือควบคุมอุณหภูมิของร่างกายได้เมื่อเทียบกับคนที่อายุน้อยกว่า ในช่วงฤดูร้อน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนและชื้น ด้วยอุณหภูมิห้องที่สูงกว่า 2℃ และความชื้นมากขึ้น 5%
เปอร์เซ็นของผู้ป่วยโรคลมแดดตามอายุ
Source: "Emergency transport due to heatstroke in 2017 (May to September)" Fire and Disaster Management Agency
แหล่งที่เกิดโรคลมแดดในปี2017
Source: "Emergency transport due to heatstroke in 2017 (May to September)" Fire and Disaster Management Agency
วิธีที่เหมาะสมที่สุดในการดูค่าความชื้นคือการใช้เครื่องเทอร์โมไฮโกรมิเตอร์ ควรระวังเพราะจะรู้สึกร้อนแม้ว่าอุณหภูมิจะอยู่ที่ 28 ℃ ระดับการแจ้งเตือนจะสูงขึ้น หากความชื้นมากกว่า 70% แทนที่จะเน้นเรื่องของอุณหภูมิ ควรใช้เครื่องปรับอากาศเพื่อควบคุมความชื้นให้อยู่ระหว่าง 50 ถึง 60%
หากคุณต้องการใช้เครื่องปรับอากาศยาวนานตลอดทั้งคืน เมื่อคุณเข้านอนให้ตั้งอุณหภูมิให้สูงกว่า 28 ℃ และตั้งค่าความชื้นระหว่าง 50 ถึง 60% ในโหมดลดความชื้น การลดความชื้นจะทำให้อุณหภูมิที่เหมาะสมลดลงโดยไม่ทำให้ร่างกายเย็นเกินไป วิธีนี้ เหงื่อจะแห้งทันทีทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น
หากคุณต้องการนอนพักผ่อนโดยไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ ให้ใช้โหมดจับเวลา ปริมาณเหงื่อจะเพิ่มขึ้นทันทีหลังจากเข้านอน แต่ก็สามารถทำให้ห้องเย็นลงได้ด้วยโหมดจับเวลา ซึ่งโหมดนี้ความชื้นจะถูกควบคุมไปด้วย ทำให้เหงื่อแห้งจนหลับได้ง่ายขึ้น หากตั้งเวลาปิดไว้ที่ 3 ชั่วโมง คุณจะเพลิดเพลินกับการนอนหลับสนิทอย่างมั่นคงโดยไม่มีการรบกวนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ
นอกจากนี้ เมื่ออากาศร้อนเกินกว่าจะนอนได้ ในวันที่อากาศร้อนจัดหรืออุณหภูมิ 28 ℃ สิ่งสำคัญคือต้องป้องกันร่างกายไม่ให้เสี่ยงที่จะเป็นลมแดด ด้วยการใช้มาตรการที่เหมาะสม เช่น การลดอุณหภูมิลงให้เป็นอุณหภูมิที่ตั้งไว้ซึ่งจะไม่ทำให้หนาวเย็นเกินไป