ฮาวทูเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ ค่าไฟไม่พุ่ง แถมช่วยเซฟเงินในกระเป๋า
ตัวแทนจำหน่าย

เวลาทำการ

  • Mon - Fri : 07:00am - 19:00pm
  • Sat - Sun : 08:00am - 17.00pm

ฮาวทูเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ ค่าไฟไม่พุ่ง แถมช่วยเซฟเงินในกระเป๋า

Created on 12 July 2022

ติดตามเราได้ที่ :

Key Takeaway

  • ปัญหาแอร์เย็นไม่ฉ่ำ เป็นปัญหาที่พบเจอได้อยู่บ่อยครั้ง สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีง่าย ๆ โดยค่าไฟไม่พุ่ง เช่น ปรับอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสมกับห้อง ล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอทุก ๆ 6 เดือน เปิดพัดลมช่วยเพื่อกระจายความเย็น
  • เลี่ยงการเปิดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความร้อน ก็จะช่วยให้แอร์ไม่ทำงานหนัก ช่วยประหยัดพลังงาน และเซฟค่าไฟได้เช่นกัน

ไม่ว่าจะฤดูกาลไหน สิ่งสำคัญที่สุดที่ทุกๆ ครอบครัวคาดหวังในการเปิดใช้งานแอร์มากที่สุด คงหนีไม่พ้นเรื่องความเย็นสบายเพื่อให้การพักผ่อน และทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้อย่างแฮปปี้ แต่บางครั้งสิ่งที่หวังก็ไม่เป็นดั่งใจหวังเท่าไหร่หนัก เพราะความเย็นที่ได้รับจากแอร์ก็อาจจะไม่เย็นฉ่ำเท่าที่ต้องการ ชวนให้หงุดหงิดใจ

ภาพ: ผู้หญิงร้อนเพราะอุณหภูมิแอร์ภายในห้องเย็นไม่ฉ่ำ

วันนี้ Daikin เลยหยิบหยก ฮาวทูเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ เย็นเร็ว เย็นไว แถมประหยัดค่าไฟ ช่วยเซฟเงินในกระเป๋ามาแนะนำทุก ๆ บ้านกัน พร้อมทั้งแนะนำแอร์ที่ให้ความเย็นเร็ว เย็นไว เย็นสบาย เป็นทางเลือกคลายร้อนให้กับทุกบ้านอีกด้วย

6 วิธีเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ เย็นเร็ว เย็นไว แถมประหยัดค่าไฟช่วยเซฟเงินในกระเป๋า

1. ปรับอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสมกับห้อง

ภาพ: ปรับอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสมกับห้อง

คิดว่าหลาย ๆ ครอบครัวน่าจะเคยรู้สึกว่าระหว่างการพักผ่อนทำไมถึงรู้สึกร้อน ไม่สบายตัว หรือบางครั้งเปิดประตูห้องเข้าไปแล้วอุณหภูมิภายในห้องไม่เย็น หนึ่งในสาเหตุหลักมาจากการเปิดใช้งานแอร์ที่ปรับอุณหภูมิไม่เหมาะสมกับห้อง ซึ่งอุณหภูมิทั่วไปที่ให้ความเย็นสบายจะอยู่ที่ 25-26 องศา ถ้าปรับอุณหภูมิที่สูงมากกว่านี้เช่น 27-28 องศา จะทำให้รู้สึกร้อน ยิ่งในเวลานอนด้วยแล้วหากห่มผ้าห่มที่มีความหนา สำหรับบางท่านจะนอนไม่สบาย แต่สามารถแก้ปัญหาด้วยการเปิดพัดลมช่วยเพิ่มความเย็น และช่วยให้แอร์ทำงานเบาลง แถมยังช่วยในเรื่องประหยัดไฟให้กับบ้านได้อีกด้วย

2. ล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้แอร์เย็นฉ่ำได้ดั่งใจ

ช่างล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอ

ภาพ: ช่างล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอ

หลังการล้างแอร์จะสัมผัสได้ถึงความเย็นฉ่ำ เย็นเร็ว เย็นไวของแอร์ได้ทันที โดยทุกๆ บ้านควรล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอทุกๆ 6 เดือน โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ และล้างแผ่นกรองฝุ่นอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้เปิดแอร์ให้เย็นแล้ว การล้างแอร์ยังช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย และฝุ่นละอองที่สะสมอยู่เป็นจำนวนมากได้อีกด้วย และที่สำคัญเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ให้มีประสิทธิภาพยาวนานมากขึ้น

3. เปิดพัดลมช่วยเพื่อกระจายความเย็นให้ทั่วทั้งห้อง

เปิดพัดลมช่วยเพื่อกระจายความเย็นให้ทั่วทั้งห้อง

ภาพ :เปิดพัดลมช่วยเพื่อกระจายความเย็นให้ทั่วทั้งห้อง

เพื่อให้ความเย็นกระจายได้ทั่วทุกมุมห้อง การเปิดพัดลมไปพร้อมๆกับการเปิดแอร์ให้เย็น ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เชื่อว่าหลาย ๆ บ้านน่าจะทำอยู่บ่อยครั้ง เพราะนอกจากจะได้ความเย็นฉ่ำ ความเย็นสบายในเวลาอันรวดเร็วแล้ว การเปิดพัดลมยังช่วยให้การทำงานของแอร์เบาลง และลดการใช้พลังงานภายในบ้านได้มากขึ้น

ทริคแนะนำ
ให้เปิดพัดลมในเบอร์ 1-2 ไม่ควรเปิดพัดลมแรงจนเกินไป และเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่ 27 องศา ซึ่งจะให้ความเย็นฉ่ำที่กำลังพอดี

4. เลี่ยงการเปิดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความร้อน

เปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้อง

ภาพ: เปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้อง

ความร้อนที่สะสมอยู่ภายในห้อง จากการเปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง เตารีด โทรทัศน์ โคมไฟ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้แอร์เย็นไม่ฉ่ำ และเย็นช้า การลดปริมาณการใช้งาน หรือไม่นำเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้มาวางตั้ง และเปิดใช้งานภายในห้อง โดยเฉพาะภายในห้องนอนจะช่วยแอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เย็นฉ่ำ เย็นไวได้มากขึ้น

บางครั้งเราอาจจะเห็นหลาย ๆ บ้าน เปิดแอร์ และปิดไฟ เพื่อช่วยลดปริมาณความร้อน โดยเลือกรับแสงสว่างจากแสงแดดธรรมชาติจากบริเวณหน้าต่างแทนเพียงเล็กน้อย ซึ่งวิธีนี้ก็จะช่วยลดการใช้พลังงานได้เช่นกัน

5. เลี่ยงการนำความชื้นเข้ามาภายในห้อง

ความชื้นที่เกิดขึ้นจากการปลูกต้นไม้ภายในห้อง

ภาพ: ความชื้นที่เกิดขึ้นจากการปลูกต้นไม้ภายในห้อง

ความชื้นภายในห้องเกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัย โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนด้วยแล้ว การเปิดแอร์ให้เย็น จำเป็นต้องลดปริมาณความชื้นที่สะสมอยู่ภายในห้อง เช่น ไม่ปลูกต้นไม้ภายในห้อง ไม่นำผ้าที่มีความชื้นมาตากไว้ในห้อง หรือเลือกใช้แอร์ที่มีฟังก์ชันการใช้งานในการควบคุมปริมาณความชื้น เช่น เทคโนโลยี Hybrid Cooling Technology เทคโนโลยีที่ใช้กระแสลมลดความชื้น เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิภายในห้อง ทำให้รู้สึกเย็นสบายตัวมากยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้แอร์ทำงานลดลง และช่วยเซฟค่าไฟไม่ให้พุ่งได้อีกด้วย

ซึ่งแสงแดดที่ส่องจะย่อมส่งผลให้ภายในบ้านมีอุณหภูมิความร้อนที่สูงขึ้น ดังนั้นห้องที่ได้รับแสงแดดตกกระทบจำเป็นต้องเลือก BTU แอร์ที่สูงขึ้น เช่น ห้องนั่งเล่นที่โดดแสงแดดส่องผ่านในชั่วเวลากลางวันตลอดเวลา ขนาดของพื้นที่ห้องเหมาะสมกับการใช้ขนาดแอร์ 9,000 BTU ก็อาจจะเลือกขนาดแอร์ที่เพิ่มขึ้นเป็น 12,000 BTU เพื่อช่วยระบายหรือไล่ความร้อนภายในห้องให้เร็วยิ่งขึ้น ไม่ให้แอร์ทำงานหนักจนเกินไป

6. ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท

ปิดประตูห้องเพื่อช่วยให้ความเย็นไม่ถูกระบายออกภายนอกห้อง

ภาพ: ปิดประตูห้องเพื่อช่วยให้ความเย็นไม่ถูกระบายออกภายนอกห้อง

ทุกครั้งที่เปิดใช้งานแอร์ จำเป็นต้องปิดประตูและหน้าต่างห้องให้สนิทอยู่เสมอ หรือหากห้องมีความกว้าง ก็จำเป็นที่จะต้องกั้นห้องด้วยฉากกั้น หรือเลือกใช้แอร์ที่มี BTU ที่เหมาะสม เช่น

  • แอร์ขนาด 9,000 BTU เหมาะกับห้องขนาด 9-14 ตารางเมตร
  • แอร์ขนาด 12,000 BTU เหมาะกับห้องนอนขนาด 10-18 ตารางเมตร
  • แอร์ขนาด 18,000 BTU เหมาะกับห้องนอนขนาด 16-26 ตารางเมตร
  • แอร์ขนาด 24,000 BTU เหมาะกับห้องนอนขนาด 21-34 ตารางเมตร

เพื่อช่วยให้แอร์มีความเย็นฉ่ำที่เหมาะสม การปิดประตูหน้าต่างให้สนิทจะช่วยให้ความเย็นไม่ถูกระบายออกภายนอกห้อง และไม่ทำให้ความร้อนจากภายนอกห้องเข้ามาภายในห้อง ซึ่งจะส่งผลให้แอร์ทำงานหนัก

7. ปรับโหมดการใช้งานแอร์ให้เหมาะสม ช่วยเพิ่มความเย็นสบายได้

เพิ่มความเย็นสบายที่พอดีสำหรับการพักผ่อนด้วยโหมดแอร์ทำความเย็น หรือ Cool Mode ที่จะช่วยปรับอุณหภูมิภายในห้องให้มีความเย็นที่เหมาะสมไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป แถมยังช่วยเรื่องประหยัดพลังงานให้บ้านอีกด้วย เพราะหลักการทำงานของโหมดนี้คือ เมื่อแอร์มีอุณหภูมิลดลงตามที่ตั้งไว้แอร์จะตัดการทำงานทันที

แล้วจะมีแอร์รุ่นไหนบ้างที่ตอบโจทย์เรื่องความเย็นเร็ว เย็นฉ่ำ แถมประหยัดพลังงาน วันนี้ Daikin มีแอร์มาแนะนำกัน

แนะนำ แอร์ไดกิ้น Super cool series ที่สุดของความเย็นเร็ว เย็นไว เย็นสบาย

1.แอร์ไดกิ้น รุ่น FTKQ-W เย็นสบายทั่วทุกมุมห้อง ที่ให้ดีไซน์โดดเด่นในแบบที่ต้องการ

แอร์ไดกิ้น Smart Series รุ่น FTKQ-W

ภาพ : แอร์ไดกิ้น Smart Series รุ่น FTKQ-W

ยืนหนึ่งเรื่องเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ เย็นสบายต้องยกให้ แอร์ไดกิ้น รุ่น FTKQ-W อีกหนึ่งรุ่น ซึ่งเป็นรุ่นยอดฮิตที่หลาย ๆ บ้านต่างให้ความสนใจ เพราะมีความโดดเด่นในเรื่องดีไซน์ของหน้ากากดีไซน์ Coanda ส่งลมไกลเรี่ยเพดาน เพื่อความเย็นที่ทั่วถึงทั้งห้องอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะติดตั้งห้องไหนก็ช่วยเพิ่มสไตล์ความเรียบง่าย แต่หรูหราให้ภายในห้อง และที่สำคัญยังมีจุดเด่นในเรื่อง Air Quality Filter แผ่นกรองฝุ่นละเอียด ยับยั้งแบคทีเรียและกรองฝุ่น PM2.5 มีให้เลือกขนาด BTU เพื่อความเหมาะสมในการใช้งานตั้งแต่ขนาด 9,000 / 12,000 / 15,000 / 18,000 และ 24,000 BTU

จุดเด่น

  • Coanda Panel หน้ากากดีไซน์พิเศษ ส่งลมเย็นไกล กระจายลมเย็นได้ทั่วทุกมุมห้อง
  • Mold-Proof Operation เป่าลมไล่ความชื้นภายในตัวเครื่องหลังจากเครื่องหยุดทำงาน ช่วยป้องกันกลิ่นอับและเชื้อรา
  • Air Quality Filter แผ่นกรองฝุ่นละเอียด ยับยั้งแบคทีเรียและกรองฝุ่น PM2.5
  • Super PCB แผงวงจรทนทาน ทนไฟตกกระชากสูงสุด 440 โวลต์

2. แอร์ไดกิ้น รุ่น FTM-P เย็นฉ่ำเย็นเร็วเย็นไว เพิ่มความสบาย และความสดชื่นให้การพักผ่อน

แอร์ไดกิ้น Smart Series รุ่น FTM-P

ภาพ : แอร์ไดกิ้น Smart Series รุ่น FTM-P

พักผ่อนได้ทันใจในทุกห้องด้วยอุณหภูมิที่เย็นฉ่ำ แอร์ไดกิ้น รุ่น FTM-P น่าจะตอบโจทย์การอยู่อาศัยของหลาย ๆ บ้านได้มากทีเดียว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรุ่นลงตัว และคุ้มค่าในการลงทุนติดตั้งในระยะยาว สะดวกสบายด้วยโหมดการทำงานที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น เช่น Dry Mode, Powerful Mode, Comfort Airflow โดยมีขนาด BTU ให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสมตั้งแต่ขนาด 9,000 / 13,000 / 15,000 / 18,000 / 24,000และ 28,000 BTU


จุดเด่น

  • Powerful Mode ช่วยเย็นเร็วทันใจ พักผ่อนได้ทันที
  • ครีบระบายความร้อนพิเศษ เคลือบสารป้องกันการกัดกร่อน เพิ่มความทนทาน
  • Air Quality Filter แผ่นกรองฝุ่นละเอียด ยับยั้งแบคทีเรียและกรองฝุ่น PM2.5
  • ครีบระบายความร้อนพิเศษ เคลือบสารป้องกันการกัดกร่อน เพิ่มความทนทาน

เปิดแอร์ให้เย็น แถมช่วยเซฟค่าไฟภายในบ้านไม่ให้พุ่งสูงขึ้น! ด้วยวิธีไหนได้บ้าง หลาย ๆ บ้านน่าจะได้คำตอบกันไปบ้างแล้ว และสำหรับใครที่สนใจแอร์ไดกิ้นสามารถเลือกช้อปสินค้าได้ที่ตัวแทนจำหน่ายสินค้าไดกิ้นทั่วประเทศ หรือคลิกช้อปออนไลน์ https://shop.daikin.co.th/ พร้อมรับบริการล้างแอร์ ซ่อมแอร์กับช่างผู้เชี่ยวชาญ ได้ที่ Daikin Cool Line เบอร์ 1271

“เลือกที่สุดของแอร์ เลือกไดกิ้นแบรนด์ญี่ปุ่นระดับโลก”
ติดตามเราได้ที่ :