เลือกซื้อแอร์ยี่ห้อไหนดี? เลือกแอร์อย่างไรให้คุ้มค่า - Daikin
ตัวแทนจำหน่าย

เวลาทำการ

  • Mon - Fri : 07:00am - 19:00pm
  • Sat - Sun : 08:00am - 17.00pm

เลือกซื้อแอร์ยี่ห้อไหนดี?

Created on 17 August 2018



เลือกซื้อแอร์ยี่ห้อไหนดี?

 

เป็นคำถามที่พบบ่อยสำหรับคนที่กำลังเลือกซื้อแอร์ใหม่ แอร์ยี่ห้อดังๆ ที่มีชื่อเสียงมายาวนานและเลือกตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือก็สามารถทำให้เรามั่นใจได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้แอร์ทุกยี่ห้อทุกรุ่นก็มีข้อดี มีจุดเด่นและประสิทธิภาพที่ต่างกันไป จึงควรพิจารณาหลายๆ ด้านก่อนตัดสินใจ ไดกิ้นจึงขอแนะนำแนวทางในการเลือกซื้อแอร์ให้ตรงกับความต้องการใช้งานและคุ้มค่ามากที่สุด

 

1. เลือกประเภทของแอร์ให้เหมาะสม

แอร์สำหรับการใช้งานโดยทั่วไป สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ

1.1 แอร์สำหรับบ้านพักอาศัย ซึ่งเป็นเครื่องปรับอากาศแบบติดผนังขนาดกระทัดรัด เหมาะสำหรับการใช้ตามบ้านเรือน หรือใช้ติดตั้งในห้องขนาดเล็ก

1.2 แอร์เชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ สามารถแบ่งย่อยได้อีกหลายรูปแบบ เช่น แบบแขวนเพดาน แบบฝังฝ้า เป็นต้น เหมาะสำหรับใช้กับสำนักงาน ร้านค้า ร้านอาหาร หรือภายในอาคารที่มีพื้นที่กว้างขวาง

 

2. เลือกขนาดของแอร์ให้เหมาะสม

ขนาดแอร์ก็เป็นอีกหลักเกณฑ์หลักในการเลือกแอร์ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ซึ่งหน่วยวัดขนาดของแอร์นั้นเรียกว่า BTU/h โดยสามารถวัดได้ว่าแอร์เครื่องนั้นมีความสามารถในการดึงความร้อนออกจากห้องได้กี่ BTU ต่อชั่วโมง (1 BTU เท่ากับปริมาณความร้อนที่ทำให้น้ำ 1 ปอนด์มีอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง 1 องศาฟาเรนไฮด์ หรือ 0.56 องศาเซลเซียส)

จำนวนของ BTU ที่ควรเลือกใช้นั้นขึ้นอยู่กับขนาดของห้อง (ความกว้าง x ยาว) และตัวแปรต่างๆ เช่น ห้องโดนแดดหรือไม่โดนแดด ความสูงของเพดานห้อง จำนวนคนในห้อง เป็นต้น การเลือกแอร์ที่มี BTU ต่ำไป จะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักตลอดเวลาเพื่อคงอุณหภูมิให้ได้ตามที่ตั้งไว้ จึงเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานและทำให้เครื่องเสียเร็ว ส่วนการเลือกแอร์ที่มี BTU สูงไปก็ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ เพราะยิ่ง BTU สูง เครื่องก็ยิ่งมีราคาแพงและกินไฟมาก สามารถคำนวณ BTU เบื้องต้นได้ที่นี่

 

3. เลือกแอร์ที่ประหยัดพลังงาน

ไม่ว่าจะซื้อแอร์ยี่ห้อไหนก็ตาม ควรเลือกแอร์ที่ได้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 โดยเบอร์ 5 นั้นเป็นระดับที่ประหยัดไฟมากที่สุด รวมทั้งแอร์ที่มีค่า EER หรือ  SEER สูงซึ่งเป็นค่าที่ใช้วัดประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน นอกจากนี้แล้วก็ยังมี แอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter)  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถปรับเพิ่มหรือลดความเร็วรอบของคอมเพรสเซอร์ได้ตามอุณหภูมิห้อง จึงทำให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่าแอร์ธรรมดา และให้อุณหภูมิที่คงที่มากกว่า

แอร์อินเวอร์เตอร์ของไดกิ้นยังมีความพิเศษมากกว่าด้วย คอมเพรสเซอร์แบบสวิง ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของไดกิ้น ที่สามารถลดแรงเสียดทานและการสั่นสะเทือนของมอเตอร์ ทำให้เครื่องทำงานได้เงียบมากขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้ง ระบบ Surge Protection ที่ช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากไฟตกหรือไฟกระชาก และ สารเคลือบแผงวงจร PCB ที่ป้องกันมดหรือแมลงเข้าไปรบกวนการทำงานของเครื่อง จึงไม่ต้องกังวลว่าจะต้องคอยซ่อมบำรุงบ่อยๆ ทนทาน ไม่จุกจิก

 

4. เลือกช่างแอร์ที่มีความเชี่ยวชาญ

แอร์ที่คุณใช้งานจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ 50% และการติดตั้งอีก 50% ดังนั้นช่างติดตั้งเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญมาก ควรเลือกช่างติดตั้งที่ได้รับการอบรมด้านการติดตั้งและบำรุงรักษาจากบริษัทแอร์แต่ละยี่ห้อโดยตรงเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน

ไดกิ้นจัดโครงการชื่อ "ช่างแอร์ดีดี" เปิดโอกาสให้ตัวแทนจำหน่ายและช่างแอร์ได้เข้ารวมหลักสูตรอบรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แอร์ไดกิ้น เช่นการติดตั้ง การดูแลรักษา พร้อมมีเครื่องให้ทดสอบปฏิบัติจริง ไม่ได้มีเพียงภาคทฤษฎี ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงให้ผู้ซื้อมั่นใจได้มากขึ้นอีกระดับ ค้นหาตัวแทนจำหน่ายไดกิ้น

 

5. เลือกการบริการหลังการขายที่ดี

เลือกการบริการหลังการขายที่ดี แน่นอนว่าไม่มีใครอยากใช้การบริการหลังการขายเพราะนั่นหมายความแอร์ของคุณมีปัญหา ซึ่งผู้ซื้อที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์กับบริการหลังการขายอาจเลือกได้ยากว่าแบรนด์ไหนดี ให้ดูรีวิวจากผู้ใช้งานจริงตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยให้พิจารณาจากบริษัทแอร์ที่มีศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศ ให้บริการรวดเร็ว สุภาพ ตรงต่อเวลา พร้อมแก้ปัญหาจบในการเข้าหน้างานครั้งเดียว