“ไดกิ้น” เปิด “Daikin Customer Care Center” ศูนย์บริการลูกค้าครบวงจรแห่งแรกในไทย พร้อมเปิดตัวแอพพลิเคชั่น My Daikin ชูจุดเด่นความเป็นเลิศด้านบริการหลังการขาย ก้าวสู่การเป็น “Absolute No.1” - Daikin
ตัวแทนจำหน่าย

เวลาทำการ

  • Mon - Fri : 07:00am - 19:00pm
  • Sat - Sun : 08:00am - 17.00pm

“ไดกิ้น” เปิด “Daikin Customer Care Center” ศูนย์บริการลูกค้าครบวงจรแห่งแรกในไทย พร้อมเปิดตัวแอพพลิเคชั่น My Daikin ชูจุดเด่นความเป็นเลิศด้านบริการหลังการขาย ก้าวสู่การเป็น “Absolute No.1”

12 January 2019 / กิจกรรม



“ไดกิ้น” ผู้นำความเย็นสบายจากญี่ปุ่น โชว์ศักยภาพขึ้นแท่นอันดับหนึ่งอย่างเต็มภาคภูมิ ทุ่มทุนกว่า 30 ล้านบาท เปิด “Daikin Customer Care Center” ศูนย์บริการลูกค้าครบวงจรแห่งแรกในไทย ติดตั้งอุปกรณ์อันทันสมัย เพื่อเชื่อมโยงการบริการผ่านระบบอัจฉริยะ พร้อมเปิดตัวแอพพลิเคชั่น My Daikin ตอบโจทย์การบริการครบวงจร สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า หวังยอดขายเติบโตกว่า 15 % ในปี 2562

r3_07906

ดร.พรเทพ พรประภา ประธานกรรมการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า Daikin Customer Care Center เกิดจากความต้องการพัฒนางานบริการสู่ความเป็นเลิศในตลาดเครื่องปรับอากาศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าแบบครบวงจร ตอบสนองลูกค้าได้อย่างครอบคลุม รวดเร็วฉับไว และจะเป็นโมเดลในการให้บริการที่พร้อมจะขยายไปยังทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทยต่อไป จึงได้ใช้งบประมาณลงทุนกว่า 30 ล้านบาท ปรับปรุงอาคารบนพื้นที่ใช้สอยทั้งสิ้น รวมกว่า 1,300 ตารางเมตร เพื่อสร้างให้เป็นศูนย์ดูแลลูกค้าของไดกิ้น ในส่วนสำนักงานใหญ่ซึ่งครอบคุมพื้นที่ในกรุงเทพและปริมณฑล ประกอบด้วยหลายส่วนงาน ทั้งส่วนงานวางแผนกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจใหม่ด้านงานบริการ (Business Development) ส่วนควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์และคุณภาพงานบริการ (Quality Assurance) ส่วนงานซ่อมบำรุง (Repair Service) เครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัย (Residential) และเครื่องปรับ อากาศเชิงพาณิชย์ (Commercial) นอกจากนี้ ยังมีส่วนงานขายสัญญาบริการ (Maintenance Contract Sales) ที่ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มตามประเภทเครื่องปรับอากาศและศูนย์จำหน่ายอะไหล่แท้ไดกิ้น โดยมีความพิเศษที่ การวาง Layout ของอาคาร ซึ่งตัวอาคารได้รับการออกแบบให้มีห้อง Daikin Remote Monitoring System (DRMS) สำหรับดูแลลูกค้าสัญญาบริการที่ใช้แอร์ระบบ VRV ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ของบริษัทฯ ช่วยในการบริหารจัดการพลังงานเพื่อให้ประหยัดไฟสูงสุดและมีระบบแจ้งเตือนมายังศูนย์ DRMS หากเกิดความบกพร่องกับเครื่องปรับอากาศ ทำให้สามารถวิเคราะห์อาการเสีย จัดเตรียมอะไหล่เพื่อให้บริการได้ทันท่วงที พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดโซนต่างๆ เช่น Customer Consult Corner, Knowledge Corner, Service Network Corner, Customer Care Corner สำหรับดูแลลูกค้าของไดกิ้น โดยจะเห็นว่า ศูนย์แห่งนี้ สามารถรองรับการดูแลลูกค้าในทุกประเภทกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเครื่องปรับอากาศ ในส่วนงาน After Sales Service ทั้งหมด ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และในอนาคตยังมีแผนขยายฟังก์ชั่นงานต่างๆ ที่ศูนย์ฯ แห่งนี้มี ไปยังสำนักงานบริการสาขาในต่างจังหวัด ซึ่งปัจจุบันมี 8 สาขา ในหัวเมืองใหญ่ (ภูเก็ต,เชียงใหม่,ขอนแก่น,โคราช,ระยอง,นนทบุรี) และในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม (อมตะนคร ชลบุรี และ นวนคร ปทุมธานี) นอกจากนี้ยังมี โมบายเซอร์วิสที่สุราษฎร์ธานีและสงขลาเพื่อดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อการดูแลลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และนำมาซึ่งความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าที่ไว้วางใจในบริการของไดกิ้น

r3_07952

ในส่วนของแผนการตลาด มร. อาคิฮิสะ โยโคยามา ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า ไดกิ้นมีความมุ่งหวังในการเป็นผู้นำตลาด (Market Leader) ด้านการให้บริการเครื่องปรับอาการแบบครบวงจร โดยคำนึงถึงความพึงพอใจลูกค้าสูงสุดเป็นเป้าหมายหลัก จึงมีการพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง  และในอนาคตไดกิ้น จะมุ่งเน้นพัฒนาด้าน Solution Business โดยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาพัฒนางานบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้านต่างๆ เช่น Green Building, Smart Home Automation และก้าวสู่การเป็น  Absolute No. 1 อย่างแท้จริง

“หลังจากที่ออกสินค้าตัวใหม่เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่พักอาศัย และเชิงพาณิชย์ ในปี งบประมาณ 2561 ที่จะจบในเดือนมีนาคม  2562 นี้ เราคาดการณ์ว่าจะสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 15 เปอร์เซ็นต์  มูลค่ารวมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ทำให้ไดกิ้นรักษาความเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศในประเทศด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 26 เปอร์เซ็นต์ ครองอันดับหนึ่งในตลาดเครื่องปรับอากาศในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง”

“ในปีที่ผ่านมาผู้บริโภคก็มีแนวโน้มหันมาใช้เครื่องปรับอากาศอินเวอร์เตอร์กันมากขึ้นจากเดิมสัดส่วนอินเวอร์เตอร์ในไทยอยู่ที่ 44% (ปี 2560) ในปี 2561 นี้เพิ่มขึ้นเป็นราว 60% แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ไดกิ้นเปิดตัว สบายอินเวอร์เตอร์ ที่ได้รับการตอบรับอย่างดี ด้วยการชูนวัตกรรมแผงวงจร Super PCB Pro Technology ที่ทนต่อไฟตก ไฟกระชาก(440V) สามารถสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคมั่นใจที่จะใช้ระบบอินเวอร์เตอร์มากขึ้น และในปี 2562 นี้ไดกิ้นยังพัฒนาโครงสร้างคอยล์ร้อนใหม่ให้ป้องกันจิ้งจกและสัตว์เลื้อยคลานไม่ให้เข้าไปสร้างความเสียหายกับแผงวงจร จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้อีกขั้นหนึ่ง อีกทั้งไดกิ้นยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดอินเวอร์เตอร์ R32 ด้วยการตอบโจทย์ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แบบใหม่ที่มีระดับดาวเพิ่มมากขึ้น  โดยจะมีการเพิ่มไลน์อัพสินค้าอินเวอร์เตอร์ให้หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน เน้นกระจายอินเวอร์เตอร์
สู่ช่องทางต่างจังหวัด ด้วยราคาที่ไม่ต่างจากรุ่นธรรมดามากนัก โดยเครื่องปรับอากาศที่เปิดตัวใหม่ล่าสุดนี้ ไดกิ้นมุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่ใช้ภายในบ้านและกลุ่มผู้ออกแบบวิศวกรรมที่ปรึกษา หรือ Consultant Designer  และ ดีเวลล็อปเปอร์ ที่มุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคโดยนำ ระบบ Mold Proof เพื่อไล่ความชื้น ยับยั้งเชื้อราและกลิ่นอับภายในเครื่อง, Coanda Design หน้ากากดีไซน์ใหม่ส่งลมไกลถึง 9 เมตร เพิ่มเซ็นเซอร์วัดความชื้น และเพิ่มความละเอียดในการปรับอุณหภูมิขึ้นลงทุก 0.5 องศาเซลเซียสเพื่อความแม่นยำ ที่ตอบโจทย์ใน 4 ปัญหา ทั้งเรื่อง กลิ่น เย็นไม่ทั่วถึง เย็นช้า และไม่สบายตัว ทำให้เรามั่นใจว่าสินค้าของเราจะตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมรักษาความเป็นผู้นำด้านตลาดอินเวอร์ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 29 % ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในปี 2562 นี้ได้” มร. โยโคยามากล่าว

ทั้งนี้ปัจจุบันผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศทุกรายหันมาผลักดันระบบอินเวอร์เตอร์มากขึ้น ไดกิ้นจึงคาดว่าสัดส่วนมูลค่าตลาดระบบอินเวอร์เตอร์จะเพิ่มจาก 60% ในปี 2561 เป็น 65% ในปี 2562 โดยมีเป้าหมายที่ไดกิ้นยังคงเป็นผู้นำตลาดอินเวอร์เตอร์อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยจากยอดขายที่เติบโตต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นว่าตลาดเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัยและเชิงพาณิชย์ในเมืองไทยยังคงมีมูลค่าเติบโตขึ้นทุกปี และคาดว่ามูลค่าตลาดรวมจะเติบโตประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ (50,000 ล้านบาท) จากปี 2561(47,300 ล้านบาท) โดยไดกิ้นมองว่าจะสามารถได้ส่วนแบ่งการตลาด 28% ในปี 2562  ซึ่งจะยังคงทำให้เราเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเครื่องทำความเย็นทั้งในที่พักอาศัยและเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง โดยมาจากปัจจัยบวกต่างๆ ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มการลงทุนขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงภาคอุตสาหกรรมและโครงการอสังหาริมทรัพย์ยังคงเติบโตได้ดีโดยเฉพาะตลาดทาวน์เฮ้าส์และบ้านเดี่ยวที่เติบโตขึ้นมาก

นอกจากนี้ในปี 2562  ไดกิ้นจะยังคงพัฒนาและเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวแทนจำหน่าย โดยมีแผนนโยบายสนับสนุนบริการดีลเลอร์ ให้สามารถดูแลลูกค้าของบริษัทฯ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดต่อผลิตภัณฑ์ และบริการ ซึ่งปัจจุบัน มีร้าน Dealer ได้สมัครมาเป็น Authorized Service Dealer กับเราจำนวนมาก โดยบริษัทฯ จะให้ความสนับสนุนด้านการฝึกอบรม ผ่านโครงการช่างแอร์ดีดี พร้อมอบรมให้ความรู้ในผลิตภัณฑ์ เทคนิคการซ่อม มารยาทในการให้บริการ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ร้าน Dealer ต่างๆ ของเราสามารถให้บริการด้วยมาตรฐานเดียวกันกับบริษัทฯ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าทราบถึงตัวแทนแต่งตั้งที่ผ่านการรับรองจากบริษัทฯ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการจากไดกิ้นได้ง่ายขึ้น และเพื่อสนับสนุนการขายบริษัทก็จะมีการออกโปรโมชั่น และกิจกรรมพิเศษสนับสนุน Dealer และลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี